May 13, 2021
woder-woman1984

รีวิวหนัง Wonder Woman 1984 : เหตุการณ์ในช่วงปี 1984

สำหรับ Wonder Woman 1984 นั้นมองเห็นได้ชัดตั้งแต่ชื่อเรื่องว่า แพตตี้ เจนกินส์ พยายามที่จะหาช่องทางการนำเสนอที่แตกต่างจากขนบของหนังซูเปอร์ฮีโร ด้วยการกำหนดให้เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1984 นำจุดเด่นของยุค 80s มาใช้เป็นฉากหลังได้อย่างชัดเจน

Chris Pine และ Gal Gadot ใน วันเดอร์ วูแมน 1984

ผลงานการกำกับของหญิงคนเดิม Patty Jenkins ที่ครั้งนี้ได้ทีเขียนบทหนังเอง

ด้านนักแสดงนำ นอกเหนือจาก Gal Gadot ผู้แสดงเป็นวันเดอร์ วูแมนแล้ว ก็ยังมีนักแสดงนำที่เป็นคนรักของฮีโร่หญิงอย่าง Chris Pine ที่กลับมาปรากฏบนจออีกครั้ง ซึ่งหลายคนก็คงจะสงสัยว่า เขาจะกลับมายังไงในเมื่อเขาตายไปในภาคก่อน

เรื่องย่อหนัง Wonder Woman 1984
ในครั้งนี้ ไดอาน่า หรือ วันเดอร์ วูแมน (Gal Gadot จากหนังเรื่อง Justice League, Wonder Woman และ Keeping Up with the Joneses) เธอผู้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาต่อมา ในวันที่ไม่มี สตีฟ เทรเวอร์ (Chris Pine จากหนังเรื่อง Star Trek Beyond, Into the Woods และ Jack Ryan: Shadow Recruit) ชายหนุ่มนักบินคนที่เธอรักสุดหัวใจคนเดียวตลอดกาล ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เสื้อผ้าหน้าผมที่อาจเปลี่ยนไปตามกาล แต่ทำหน้าที่ซูเปอร์ฮีโร่หญิงทรงพลังของเธอนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าหนังภาคนี้ยาวถึง 2 ชั่วโมง 31 นาที ความรู้สึกเมื่อดูจบ ตอบได้ทันทีว่ายาวเกินไป เนื้อหาความตื่นตาตื่นใจไม่ได้อัดแน่นสมกับระยะเวลาของหนัง หลายตอนสามารถตัดทอนให้กระชับลงได้ และฉากแอ็กชันจริง ๆ ก็มีเพียงแค่ 3 ฉากเท่านั้น ย้ำชัด ๆ เลยว่าแค่ 3 ฉาก แล้วไฮไลต์ส่วนใหญ่ก็นำมาขายในตัวอย่างหมดแล้ว ฉากไดอานาตอนยังเป็นเด็กที่ร่วมแข่งขันกีฬาสีตอนเปิดเรื่อง ฉากตะลุมบอนกับรถบรรทุกทหาร และฉากไคลแมกซ์ที่ต้องจัดการกับ 2 วายร้ายหลักของเรื่อง ไม่มีฉากโดดเด่นน่าประทับใจนอกเหนือจากที่เห็นในตัวอย่างหนัง กราฟความระทึกของภาคนี้ค่อนข้างราบเรียบตลอดความยาว 2 ชั่วโมงกว่า มีบางช่วงที่แผ่วพอจะทำให้วูบหลับไปได้ ชวนให้กังวลแล้วล่ะว่ากับการที่วอร์เนอร์มั่นอกมั่นใจกับภาคนี้มาก ถึงขนาดเพิ่มทุนสร้างจาก 120 ล้านในภาคแรก มาเป็น 200 ล้านในภาคนี้ จะได้กลับคืนมาสมน้ำสมเนื้อไหม

หนังภาคนี้จึงดูจะมุ่งเน้นเรื่องราวในด้านจิตใจที่อ่อนแอของมนุษย์มากเป็นพิเศษ บางคนอาจจะรู้สึกตัวเองไร้ค่าต่ำต้อย โดนดูถูกเหยียดหยาม ไม่เป็นที่รักใคร่ ไม่โดดเด่น จึงอยากจะมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม อยากแข็งแรง เซ็กซี่ เป็นที่สนใจ อะไรแบบนี้ บางคนก็อาจจะรู้สึกว่าตนเองไม่ร่ำรวย ชีวิตไม่สะดวกสบาย เลยแสวงหาเครื่องมือที่จะทำให้ความปรารถนาเป็นจริงและเจ้าวัตถุโบราณก็เข้ามาทำงานตรงนี้ ก่อกำเนิดเป็นความขัดแย้งและสร้างเรื่องสร้างราวขึ้นมาสิ่งที่ยึดโยงอย่างเดียวไดอาน่าก็คงจะเป็นสตีฟคนนี้คนเดียว และเมื่อเธอแสดงความต้องการกับวัตถุโบราณนั้น

Chris Pine และ Gal Gadot ใน วันเดอร์ วูแมน 1984
Gal Gadot และ Kristen Wiig ใน วันเดอร์ วูแมน 1984

มันจึงให้สตีฟแก่เธอ โดยที่เธอไม่รู้ว่ามันจะก่อผลเสียบางอย่างในภายหลัง หนังภาคนี้จึงเล่นเรื่องที่ใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม กินลึกเข้าไปในใจของตัวละครให้มากกว่าเดิม ซึ่งพอจะทำให้คนดูได้มองเห็นมิติของตัวละครต่างๆ โดยเฉพาะไดอาน่าได้มากกว่าเดิมเราจะได้เห็นตัวละครซูเปอร์ฮีโร่หญิงแสนทรงพลัง กลับต้องสะบักสะบอม สูญเสียพลัง แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับการได้อินเสียน้ำตาไปกับความสูญเสียทางจิตใจ Chris Pine อาจจะไม่มีบทบาทในการต่อสู้ แต่เคมีของเขากับ Gal Gadot นั้นทำเอาหลายคนอินมาก เขายังเป็นกำลังสำคัญในช็อตคอมิดี้และเป็นตัวละครสำคัญสำหรับไดอาน่า

ส่วนแมกซ์เวลล์ ลอร์ด ไม่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่านี่คืออีกหนึ่งตัวร้ายของภาคนี้ เพราะกฏเหล็กของตัวร้ายที่เป็น คน ในหนังหรือการ์ตูนซูเปอร์ฮีโรเมื่อไม่มีพลังหรือความสามารถพิเศษไว้ต่อกรกับพระเอก พิษสงเดียวที่วายร้ายเหล่านี้ต้องมีก็คือ มันสมองอัจฉริยะ ที่ใช้เล่ห์กลมาจัดการกับเหล่าซูเปอร์ฮีโรได้อยู่หมัด แต่กับ แมกซ์เวลล์ ลอร์ด นั้นไม่ได้มีความฉลาดหรือไหวพริบใด ๆ ให้เห็นเลย มองเห็นเพียงอย่างเดียวคือความโลภ ก็เลยเป็นตัวร้ายที่สร้างแต่ความปั่นป่วนโกลาหล เป็นโจทย์ที่วันเดอร์ วูแมน แก้ได้ไม่ยากเย็น

แอคชั่นที่เล่นไม่ใหญ่ มีไม่มาก แต่เพลินตา ผสานดนตรีประกอบอลังการ

หนังเรื่องนี้มีจุดเด่น จุดดี มากพอจะทำให้คุณต้องไม่พลาด นอกเหนือจากเรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่หญิง ก็ยังคงเล่าเรื่องหลายๆ ส่วนที่เกิดมาจากความรู้สึกของผู้หญิง อย่างเช่นการให้ตัวร้ายเป็นผู้ชายล้วนที่ก่อเหตุกับผู้หญิงและเด็ก เป็นต้นแต่ก็ยังมีบางฉากที่รู้สึก ‘อิหยังวะ’ แทรกเข้ามาอยู่บ้าง บางฉากมันดูไม่น่าเชื่อสักเท่าไหร่แต่จำต้องใส่มาเพื่อเป็นจุดเปลี่ยนของฉากนั้นๆ

เว็บรีวิวหนังใหม่

View all posts by เว็บรีวิวหนังใหม่ →